จอง ลดทันที 500 บาท เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง เครื่องบิน , สิบสองปันนา - เชียงของ-หลวงน้ำทา

หน้าแรก » ท่องเที่ยว และ กีฬา » แพ็คเกจท่องเที่ยว

จอง ลดทันที 500 บาท เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง เครื่องบิน , สิบสองปันนา - เชียงของ-หลวงน้ำทา




: หลวงพระบาง-วังเวียง-เวียงจันทน์ 4 วัน โดยสายการบินลาวแอร์ไลน์(QV)


วันแรก กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-วัดใหม่สุวันพูมา-พิพิธภัณฑ์(พระราชวังเก่า)
วัดวิชุนราช-พระธาตุหมากโม-พระธาตุพูสี-ตลาดไนท์พลาซา
08.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 8 เคาน์เตอร์ R แถว R1-3 สายการบินลาว(QV) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับ
10.40 น. เหินฟ้าสู่เมืองหลวงพระบาง โดยสายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV643
12.20 น. ถึงสนามบินหลวงพระบาง อดีตราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เดิมชื่อ “ศรีสัตนาคนหุตมะราชธานี” เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วนำท่านรับประทานอาหารกลางวันร้าน...... หลังอาหารเข้าที่พักโรงแรมบัวหลวง / โรงแรมกิจเจริญเมืองหลวง / โรงแรมวังไผ่คำ(3 ดาว) หรือเทียบเท่า
14.30 น. นำชมวัดใหม่สุวันพูมาราม (Mai Suwannaphumaram Temple) ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในปี พ.ศ.2337 หรือชื่อสั้นๆว่า วัดใหม่ วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน นับเป็นสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว มีอุโบสถที่สวยงามด้วยศิลปะแบบอูบมุง และปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม แล้วชมพิพิธภัณฑ์ อดีตเป็นพระราชวังหลวงซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตลาว สร้างปี ค.ศ.1904(พ.ศ.2447) โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมือปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2519) มีหอที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 1.14 เมตร หนัก 54 กิโลกรัม กล่าวกันว่าทำด้วยทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางและของชาวลาว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง เดิมเมืองนี้ชื่อเมืองขวา แล้วเปลี่ยนมาเป็น เชียงดง เชียงทอง ตามลำดับนั้น แล้วนำชมวัดวิชุนราช (Visounnarath Temple) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ.2046 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมากแม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านไปสักการะพระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง ใครก็ตามที่มาเยือนหลวงพระบางจะต้องขึ้นไปบูชาพระธาตุ ถ้าไม่ได้ขึ้นไปบูชาก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง สองข้างทางขึ้นพระธาตุร่มรื่นและหอมอบอวลไปด้วยดงดอกจำปาลาวหลากสีสัน มองจากยอดพูสีคือภาพพานอรามาของราชธานีเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามว่า บ้านผา เมืองภูอูอารยะธรรมล้านช้าง ชมพระอาทิตย์อัสดงและตัวเมืองหลวงพระบางในมุมสูง ซึ่งเบื้องล่างจะมองเห็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นฉากหลัง และอีกด้านหนึ่งจะเห็นน้ำคานที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง แล้วช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดไนท์พลาซา(Night Market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม แม้นแต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน อิสระตามอัธยาศัย
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน....... หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
วันที่สอง ตักบาตรข้าวเหนียว-ตลาดเช้า-วัดเชียงทอง-บ้านช่างไห-ล่องเรือแม่น้ำโขง
ถ้ำติ่ง-ปากอู-บ้านผานม-น้ำตกตาดกวางซี
05.30 น. ตื่นแต่เช้าร่วมทำบุญใส่บาตรกับชาวเมืองหลวงในวัฒนธรรมของชาวพุทธแบบดั้งเดิม ทุกเช้า ชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรรพระสงฆ์ ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป เป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุข ความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมชาวล้านช้าง นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จากนั้นไปชมตลาดเช้าพื้นบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ชมวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้โปรดให้สร้างขึ้น และได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนามากเป็นพิเศษ บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ตอนหัวโค้งของแผ่นดินที่แม่น้ำคานมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง เป็นศูนย์ศิลปกรรมล้านช้าง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบ สง่า สะอาด มีการวางผังออกแบบ และบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ชมสิมหรือโบสถ์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสกุลช่างล้านช้าง จากนั้นเดินทางสู่บ้านช่างไห สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโทและต้มเหล้าโรงจำหน่าย และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอลวดลายสวยงามมากมายวางจำหน่าย แล้วนำท่านลงเรือล่องน้ำโขงสู่ถ้ำติ่ง ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำโขง ถึงถ้ำติ่งซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขง เดิมเคยมีพระพุทธรูปทอง เงิน นาก ปัจจุบันเหลือแต่พระพุทธรูปไม้จำนวนนับพันองค์ ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้าน.......
บ่าย ออกเดินทางไปบ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าด้วยมือของชาวไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองปันนา ที่มีฝีมือในการทอผ้าสวยงามเลือกซื้ออิสระ จากนั้นเดินทางสู่น้ำตกตาดกวางซี ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านชนบทชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถึงน้ำตกตาดกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม แต่ละชั้นเกิดจากการสะสมของหินปูนที่ไหลปะปนมากับน้ำ พร้อมกับชมความร่มรื่นเขียวชอุ่มรอบๆ บริเวณ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับ
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน..... หลังอาหารพักผ่อนอิสระ หรือจะชมแสง เสียง ยามราตรี ตามอัธยาศัย
พักโรงแรมบัวหลวง / โรงแรมกิจเจริญเมืองหลวง / โรงแรมวังไผ่คำ(3 ดาว) หรือเทียบเท่า
วันที่สาม หลวงพระบาง-เชียงเงิน-กิ่วกะจำ-พูคูน-กาสี-ผาตั้ง-เมืองวังเวียง-ถ้ำจัง
ช้อปปิ้งถนนคนเดิน
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. อำลาเมืองหลวงพระบาง เดินทางสู่เมืองวังเวียง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ตามเส้นทางหมายเลข 13 ใต้ วังเวียงเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยสดงดงาม อากาศเย็นสบาย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ฉายาว่า “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” จริงเท็จแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กัน รถวิ่งไต่เขาบนถนนลอยฟ้าที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร เส้นทางคดโค้ง ลัดเลาไปตามไหล่เขา สองข้างทางมีหมู่บ้านชาวเขาปลูกอยู่ริมถนนเป็นระยะ ท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระกานตาของทิวเขา ไร่นาแบบขั้นได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ไทลือ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่สองข้างทาง ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างทางผ่าน ภูเบี้ย ศาลาพูคูณ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดและแบ่งเขต 3 แขวง คือ แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง แขวงเวียงจันทน์
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันร้านพูคูนเพียงฟ้า ซึ่งสมารถชมวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบ 360 องศา
หลังอาหารเดินทางต่อ ผ่านภูพระเข้า เมืองกาสี บ้านผาตั้งและเมืองวังเวียง
15.30 น. ถึงเมืองวังเวียง “กุ้ยหลินเมืองลาว” แล้วนำชมถ้ำจัง ซึ่งเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย และพระพุทธรูปอยู่ภายในถ้ำ ชมวิวทิวทัศน์บนถ้ำ จะมองตัวเมืองวังเวียงอย่างชัดเชน เชิญถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นเข้าที่พักพูอ่างคำเรซิเด้นท์ / โรงแรมสะหวันวังเวียง หรือเทียบเท่า แล้วรับประทานอาหารค่ำที่ร้าน.... หลังอาหารสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองวังเวียงและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ถนนย่านกลางเมืองตามอัธยาศัย
วันที่สี่ วังเวียง-บ้านท่าเรือ-เมืองโพนโฮง-หอพระแก้ว-วัดสีสะเกด-ช้อปปิ้งตลาดเช้าพระธาตุหลวง-อนุสาวรีย์ประตูชัย-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ
06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
07.30 น. อำลาเมืองวังเวียงเดินทางกลับเวียงจันทน์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
11.30 น. ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ รับประทานอาหารกลางวันร้าน.........
12.30 น. นำชมหอพระแก้ว ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นหอพิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะโบราณ วัตถุล้ำค่า ชมวัดสีสะเกด วัดที่มีภูมิสถาปัตยกรรมงดงามมากแห่งหนึ่งของลาว ชมหอไตรหรือหอธรรมที่มีรูปทรงคล้ายมณฑปมีหลังคาหลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ ตามศิลปะสกุลช่างล้านช้าง จากนั้นไปสักการะพระธาตุหลวง เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของลาว แล้วชมอนุสาวรีย์ประตูชัย เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงามและกลมกลืน ได้เวลาสมควรเดินทางไปสนามบิน
16.15 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV415
17.50 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.55 เป็นต้นไป ไฟล์เปลี่ยนแปลง ดังด้านล่าง
19.00 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV415
20.05 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

***หลวงพระบาง-วังเวียง-เวียงจันทน์4วัน(QV/)***

อัตราค่าบริการ สำหรับกรุ๊ปขั้นต่ำ 16-20 ท่าน(มีหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย)


กำหนดการเดินทางผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่2 ท่าน(ไม่มีเตียง) พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

19,900.- 17,900.- 2,800.-




อัตรานี้รวม ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ / ค่าภาษีสนามบิน /ค่าที่พัก 3 คืน
(ห้องละ 2 ท่าน) / ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ / ค่าอาหารตามระบุในรายการ / ค่ารถท่องเที่ยว / ค่า
ล่องเรือน้ำโขง / ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น / ค่าประกันการเดินทางและรักษาพยาบาลในวงเงินท่านละ
1,000,000 / 500,000 บาท(เงื่อนไขตามกรมธรรม์) / บริการน้ำดื่มและผ้าเย็น

อัตรานี้ไม่รวม ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ / ค่าใช้จ่ายส่วนตัวทุกชนิด / ค่าข้าวเหนียวตักบาตร /
ค่าทิปมัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถ / ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติและผู้ถือ
เอกสารต่างด้าว / ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ

เอกสาร พาสปอร์ต ที่มีอายุใช้งานอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า

หมายเหตุ : โปรแกรมการเดินทางข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอ
สงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยยึดถือและคำนึงถึงประโยชน์ท่านเป็นสำคัญ




***** กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา 4/6 วันทัวร์ (รถตู้)

อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประตูสู่อินโดจีน สปป.ลาว, เวียดนาม, จีน โฟโต้เวิลด์ทัวร์ฯ ผู้ชำนาญเส้นทาง GATEWAY INDOCHINA เชิญท่านสัมผัสวิถีชีวิตของเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า เชียงรุ่ง, เชียงรุ้ง, เชียงฮุ้ง ส่วนชาวจีนเรียกว่า “จิ่งหง” เป็นเขตปกครองตนเองของชาวไตลื้อ ประกอบด้วย 3 อำเภอ คืออำเภอเมืองฮัม หรือกานหลันป้า อำเภอเมืองไห่และอำเภอเชียงรุ่ง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไตลื้อ โดยผ่านเส้นทางที่ชาวไตลื้ออพยพมาสู่ประเทศไทยและสัมผัสเส้นทางสาย R3a คุนหมิง-กรุงเทพฯ ระยะทาง 1,880 กิโลเมตร เริ่มต้นจากนครคุนหมิง เมืองเอกของมณทลยูนาน ลงมาทางเมืองซือเหมา สิบสองปันนา เมืองหล้า บ่อหาน ผ่านเข้า สปป.ลาว ที่เมืองบ่อเตน(แขวงหลวงน้ำทา) ผ่านเมืองเวียงภูคา เมืองห้วยทราย(แขวงบ่อแก้ว) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย โดยจะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ภายในปี 2554 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2556 เชิญท่านไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมก่อนใคร ชมศิลปะตื่นตาตื่นใจ สัมผัสเส้นทางธรรมชาติในเส้นทางดังกล่าว และนำชมการแสดงจินตลีลา ชุดม็องบาลานาซี(เมืองพาราณสี) อันงดงามตระการตา จนถูกเปรียบเปรยว่า หากใครไม่ได้รับชม ประหนึ่งดังไม่ได้มาสิบสองปันนา ท่านจะไม่ไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต?

ท่านละ 11,900
วันแรก กรุงเทพฯ-เชียงของ(จังหวัดเชียงราย)
16.30 น. คณะพร้อมกันที่สี่แยกเกียกกาย ด้านโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ติดกับโรงเรียนโยธินบูรณะ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
17.00 น. ออกเดินทางสู่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยรถโค้ชปรับอากาศ บริการอาหารกล่องและน้ำดื่มบนรถ พักผ่อนนอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์
วันที่สอง ห้วยทราย(แขวงบ่อแก้ว)-หลวงน้ำทา-บ่อเตน(ชายแดนลาว-จีน)-บ่อหาน
สิบสองปันนา
06.00 น. ถึงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ทำธุระส่วนตัว(เปิดห้องอาบน้ำ 4-5 ท่าน/ห้อง) ที่โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์ หรือ เชียงของรีสอร์ท แล้วรับประทานอาหารเช้า
07.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) โดยข้ามเรือน้ำโขงสู่เมืองห้วยทราย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย-ลาว แล้วนำท่านขึ้นรถบัสปรับอากาศจีนพร้อมไกด์ลาวคอยต้อนรับ โดยใช้เส้นทาง R3A ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชนเผ่าทางภาคเหนือสุดของประเทศลาว เช่น เผ่าลาวสูง(ขมุ), ม้ง, เย้า ,แลนแด่น, ไทยดำ ผ่านเมืองภูคา และเมืองหลวงน้ำทา ชมวิวทัศน์ที่สวยงาม
12.30 น. ถึงเมืองหลวงน้ำทา รับประทานอาหารกลางวันร้านสบายดีหลวงน้ำทา สัมผัสบรรยากาศแบบไทยเดิมที่เลือนหายจากประเทศไทยอันยาวนาน สัมผัสวิถีชีวิตของพี่น้องชาวไทยดำอันงดงาม หลังอาหารเดินทางต่อ
15.00 น. เดินทางถึงชายแดนลาว-จีน ที่ด่านบ่อเตน(ลาว) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แล้วเดินทางสู่ด่านบ่อหาน(จีน) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองฝั่งจีน (เวลาจีนเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ออกเดินทางสู่สิบสองปันนา โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ คุนมั่ง-กงลู่(คุนหมิง-กรุงเทพฯ) ซึ่งประเทศจีนทุ่มทุนมหาศาลสร้างเส้นทางเส้นนี้เพื่อเปิดเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถนนสายนี้มีการเจาะอุโมงค์ลอดภูเขา จากชายแดนจีน-ลาว ถึงนครคุนหมิง จำนวน 50 กว่าอุโมงค์ ระหว่างทางผ่านเมืองหล้าท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไตลื้อเมืองหล้าเป็น 1 ใน 3 อำเภอ ของเขตปกครองตนเอง จังหวัดสิบสองปันนา ผ่านเส้นทางการอพยพของพี่น้องชาว “ไตลื้อ” เมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์สู่ประเทศไทยที่จังหวัดน่าน และพะเยา ดังปรากฏหลักฐานเป็นชื่อบ้าน เช่น บ้านแวน บ้านเชียงคำ บ้านหย่วน บ้านเมืองมาง บ้านเชียงบาน(ชื่อตามแม่น้ำบาน ในพื้นที่)
18.30 น. ถึงเมืองหล้า ประตูแห่งสิบสองปันนาทิศตะวันออก สัมผัสวิถีชีวิตของพี่น้อง ชาวไทลื้อ เมืองหล้า ซึ่งยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม หลังอาหารเข้าที่พักโรงแรม JIN XIU HOTEL หรือเทียบเท่า พักผ่อนอิสระ
วันที่สาม กานหลันป้า-วัดมหาสุทธาวาสราชฐาน-สวนม่านทิง-อนุสาวรีย์โจวเอินไหล
เจดีย์ขาว-เจดีย์แปดเหลี่ยม-โชว์พาราณสี
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ออกเดินทางสู่กานหลันป้า หรือเมืองฮัม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ซึ่งรถวิ่งลัดเลาภูไปตามภูเขา บางช่วงเส้นทางขนานไปกับแม่น้ำโขง ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
ถึงกานหลันป้า นำคณะสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไตลื้อสิบสองปันนนาแบบของจริง นั่นก็คือพาท่านเดินทางเข้าหมู่บ้านกานหลันป้า หรือเมืองฮัม ซึ่งเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์รักษาวัฒนธรรมดีเด่นได้รับรางวัล AAA จากรัฐบาลกลาง ชมการพิธีต้อนรับของสาวๆ ไตลื้อ พูดคุยกับพ่อเฒ่า แม่เฒ่า แบบกันเอง จากนั้นนำท่านไหว้พระที่วัดมหาสุทธาวาสราชฐาน หรือวัดสวนหม่อน วัดเก่าแก่ของชุมชนพี่น้องชาวไตลื้อ ชมเจดีย์ทองพร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นนำท่านขึ้นบนบ้านของอีอุ่น เป็นบ้านที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเมื่อมาเยือนหมู่บ้านไตลื้อ พูดคุยทักทายตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมสวนม่านทิง หรือบ้านถิ่น ซึ่งเป็นสวนสาธารณะตั้งแต่สมัยก่อนที่กษัตริย์ไตลื้อใช้เดินเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ และยังเป็นสวนที่ท่านโจวเอินไหล มาร่วมงานประเพณีสงกรานต์กับพี่น้องชาวไตลื้อ โดยท่านแต่งชุดไตลื้อ และทางรัฐบาลสิบสองปันนาก็เลยสร้างอนุสาวรีย์ท่านไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้ทรงปลูกต้นโพธิ์ไว้เป็นที่ระลึก เมื่อคราวมาเยือนสิบสองปันนา แล้วชมเจีดย์ขาว และเจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งสร้างจำลอง ชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำชมการแสดงจินตลีลาชุด ม็องบาลานาซี(เมืองพาราณสี) ณโรงละคร ซี่งเป็นการแสดงรวมชนเผ่ามณฑลยูนาน ประกอบแสง สี เสียง อลังการ อันงดงามตระการตา จนถูกเปรียบเปรยว่า หากใครไม่ได้รับชมประหนึ่งดังไม่ได้มาสิบสองปันนา จากนั้นกลับที่พักโรงแรม TIANCHENG HOTEL หรือเทียบเท่า พักผ่อนอิสระ
วันที่สี่ สวนป่าดงดิบ-วัดหลวงเมืองลื้อ-ช้อปปิ้งถนนคนเดิน
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. เดินทางไปชมสวนป่าดงดิบ ของสิบสองปันนา นำท่านนั่งรถกอล์ฟ ชมการแสดงของสัตว์แสนรู้ เช่น เสือ ม้า สิงโต หมี ม้า ลิง สุนัข ชมการเรียกนกยูงหลายร้อยตัวออกจากป่ามากินอาหารเสร็จแล้วก็บินกลับไปเหมือนเดิม จากนั้นไปสัมผัสวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชนเผ่าฮาหนี่หรือไอ้หนี่(อาข่า) การเลือกคู่ของสาวๆ ชาวเผ่าไอ้หนี่(ท่านที่เป็นผู้ชายถ้าถูกใจสาวๆ ชาวไอ้หนี่ก็จะได้เป็นเข้าบ่าวแต่งงานกับสาวชาวไอ้หนี่ เป็นพิธีสาธิตการแต่งงานของชนเผ่าไอนี หรือ อีก้อ (หากท่านเข้าไปรวมพิธีแต่งงาน ท่านจะต้องเสียเงิน 50-100 หยวน ให้เจ้าสาว) แล้วนำท่านไปชมความสามารถของแต่ละชนเผ่าในการเล่นเครื่องดนตรีที่หาได้จากป่าบริเวณหน้าน้ำตกผามังกร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำชมวัดหลวงเมืองลื้อ สิบสองปันนา ซึ่งบริษัทพัฒนาการท่องเที่ยวหยวนห้าว จำกัด สิบสองปันนา ยูนนาน ได้ทุ่มเงินลงทุนเองถึง 350 ล้านหยวน เพื่อสร้างวัดนิกายหินยานหรือเถรวาท และพระพุทธ รูปขนาดใหญ่ที่สุดในแถบนี้ มาตั้งแต่ปี 2548 สืบเนื่องจากตระหนักดี ว่าศาสนาพุทธนิกายเถรวาทมีประวัติอันยาวนานในสิบสองปันนาพอๆ กับในแถบเอเชียอาคเนย์ เช่นไทย ลาว กัมพูชา พม่าสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่แสดงวัฒนธรรมทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ตกทอดมาช้านาน แล้วยังจะเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยศาสนาพุทธสิบสองปันนา เพื่อใช้เป็นที่ศึกษาวิจัยศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และท้ายสุดจะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมศาสนาพุทธนิกายเถรวาท อีกทั้งยังเป็นสถานที่ชาวไต หรือไทลื้อในแถบเอเชียอาคเนย์ ได้สืบค้นเรื่องราวบรรพบุรุษของตัวเองได้ (ปัจจุบันทางการจีนได้รื้อวัดป่าเจและย้ายมาอยู่ที่นี่ทั้งหมด)
18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบพื้นเมืองไตลื้อ(ขันโตก) พร้อมกับชมการแสดงของสาวๆ ชาวไตลื้อ ชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองหลากหลายนานาชนิด ที่ถนนคนเดิน เลือกซื้ออิสระ ได้เวลาสมควรนำท่านกลับที่พักโรงแรม TIANCHENG HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า สิบสองปันนา-หลวงน้ำทา-เวียงภูคา-ห้วยทราย-เชียงของ-กรุงเทพฯ
06.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
07.30 น. อำลาเมืองเชียงรุ้ง เดินทางสู่ห้วยทรายตามเส้นทางเดิม
10.30 น. ถึงชายแดนจีน-ลาว(บ่อหาน-บ่อเต็น) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรทั้งสองฝั่ง แล้วเดินทางสู่หลวงน้ำทา
11.30 น. ถึงหลวงน้ำทา รับประทานอาหารกลางวันร้านครัวไทย(หลวงน้ำทา) หลังอาหาร อำลาเมืองหลวงน้ำทาเดินทางสู่ห้วยทราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง
16.30 น. ถึงเมืองห้วยทราย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองฝั่งลาว แล้วนำท่านนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงสู่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย(ประเทศไทย) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย
17.30 น. รับประทานอาหารค่ำร้าน......... หลังอาหารเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยรถโค้ชปรับอากาศ พักผ่อนนอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์
วันที่หก กรุงเทพฯ
05.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
***เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา-เชียงของ4,6วัน(รถ)***

อัตราค่าบริการ สำหรับกรุ๊ปขั้นต่ำ 8-10 ท่าน (ไม่มีหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย)


กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พักห้องละ
2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่2 ท่าน(ไม่มีเตียง) พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ

12,900.- 10,900.- 3,000.-


   
 


ราคา: 11,900ต้องการ: ขาย/ให้เช่า/แลก
ติดต่อ: วสุพลการท่องเที่ยวอีเมล์: 
โทรศัพย์: 081-9850870 , 029577576IP Address: 124.121.8.63



ดูสินค้าอื่นๆ | ลงประกาศ | เลื่อนประกาศขึ้น | ลบประกาศ | แก้ไขประกาศ

[ 1.5ล้าน ขายถูก ทาวน์เฮ้าส์ 3ชั้น หมู่บ้านทวีทอง3 บางพลี ไม่ต้องดาวน์ ติดแบล็คลิสก็ซื้อได้ ]