ทัวร์ พม่า :โปร มันฑาเลย์ 4 วัน 3 คืน ไหว้พระมหามัยมุนี โดยสายการบินไทยแอร์ เอเซีย (FD) เดินทาง 8 - 11 ธ.ค. , 29 ธ.ค. - 1 ม.ค.

หน้าแรก » ท่องเที่ยว และ กีฬา » แพ็คเกจท่องเที่ยว

ทัวร์ พม่า :โปร มันฑาเลย์ 4 วัน 3 คืน ไหว้พระมหามัยมุนี โดยสายการบินไทยแอร์ เอเซีย (FD) เดินทาง 8 - 11 ธ.ค. , 29 ธ.ค. - 1 ม.ค.




HMT_P009_RGN4D-FD

เจาะลึก เมืองมัณฑเลย์ 4 วัน 3 คืน โดยสายการบินแอร์เอเชีย
กำหนดการเดินทาง 8–11 ธันวาคม 55 /29 ธันวาคม–1 มกราคม 56

วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์-พระราชวังมัณฑะเลย์-วัดพระมหามัยมุนี อมรปุระ-วิหารชเวนันดอร์
วัดกุโสดอร์ – สะพานไม้อู่เป่ง (B/L/D)
06.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง เคานเตอร์....
08.50 น. บินลัดฟ้าสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD2760
10.15 น. เดินทางถึง สนามบินมันฑะเลย์ หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินทางต่อไปยัง เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่า เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน อากาศร้อน (ยกเว้น ช่วงฤดูหนาว ธันวา –กุมภา) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์ดีที่สุดในพม่า นำท่านเดินทางสู่ เมืองอมรปุระ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองอมรปุระขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี โดยย้ายจากเมืองอังวะ ตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์ ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์ การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่ การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพารหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200000 คนเอาไว้
เที่ยง บริการอาหารกลาวงวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace ) พระราชวังหลวงของ พระเจ้ามิงดง สร้างขึ้นตามผังภูมิจักรวาลแบบพราหมณ์ปนพุทธ โดย สมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก (เขาพระสุเมรุ) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงล้อมร้อบทั้งสี่ทิศ แต่ละทิศมีประตูทางเข้า 3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู ที่ประตู ทำสัญลักษณ์จักรราศีประดับเอาไว้ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท (ห้องสีหาสนบัลลังก์) เป็น ปยัตตั้ด (ยอดปราสาท) หุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกัน เจ็ดชั้นสูง 78 เมตร เชื่อกันว่า ความเป็นไปในจักรวาลจะลอดผ่าน ยอดปราสาท ตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ ช่วยให้กษัตริย์ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง นักมานุษยวิทยา ชื่อ ชาร์ส เคเยส กล่าวถึงพระราชวังไว้ในรายงาน ความว่า “ กำแพงวังยาวเกือบ 2 กม. มีคูน้ำล้อมรอบ พ้นกำแพงออกไปเป็นบ้านเรือนของสามัญชน และชาวต่างชาติ ตลาด โรงงานของช่างฝีมือ และร้านรวงต่างๆ แต่กำแพงเมืองพุทธไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นปราการป้องกันข้าศึก อย่างของจีน และยุโรปในสมัยกลาง แต่สร้างไว้ เพื่อแสดงว่าพื้นที่ในวงล้อมของกำแพงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่า ปัจจุบัน พระราชวังที่บูรณะขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ในเขตป้อมมัณฑะเลย์ ของทางกองทัพ
นำท่านเดินทางสู่ วัดพระมหามุนี ( มหามุนิพยา ) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 แห่งของพม่า แปลว่า วัดปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ บางครั้งเรียกกันว่า วัดยะไข่บ้าง วัดพยาจีบ้าง สร้างขึ้นรัชสมัยพระเข้าโบ่ต่อพญา แต่ร้อยปีให้หลังได้เกิดเพลิงใหม้ ทำให้ต้องทำซ้ำขึ้นมาใหม่ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรมโปรดชาวเมืองธรรมวดี ท้าวสักกะได้เสด็จเนรมิตพระพุทธรูปขึ้นองค์นึง งามดุจมีชีวิต ทำให้พรพุทธองค์พอพระทัยมาก ตรัสว่า “คถาคตจะเข้าสู่นิพพานเมื่ออายุได้ 80 ปี แต่พระพุทธรูปและพระธรรมคำสอนของคถาคตจะดำรงสืบต่อไปอีก 5,000 ปี เท่ากับอายุที่คถาคตกำหนด ไว้สำหรับศาสนานี้” ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระพุทธรูปพระมหามุนี ขึ้นประดิษฐานเหนือรัตนบัลลังก์บนยอดเขาสิริคุตตะ และเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้เป็นหนึ่งในบรรดาพระพุทธรูปเหมือนที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพ และมีเพียง 5 องค์ เท่านั้น อีก 2 องค์ประดิษฐานอยู่ที่อินเดีย อีกสององค์ที่เหลือประดิษฐานอยุ่บนสวรรค์ชั้นฟ้า พระมหามุนี ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำทรงเครื่องกษัตริย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” จากนั้นนำท่านชม Shwe Inbin Monastery เป็นวัดที่ใช้ไม้ขนาดใหญ่แกะสลัก มีลวดลายที่สวยงาม และเก่าแก่ สร้างขึ้นในปี 1895 และชม วิหารชเวนันดอร์ เคยตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง เพียงหลังเดียวที่เหลือรอดมาได้ จนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้ พระเจ้าตี่ปอก็โปรดฯ ให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน นำท่านสู่ วัดกุโสดอร์ ใจกลางวัดเป็นเจดียืมหาล่อกะมาระเส่ง (มหาโลกมารซิน) สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกลงบนหินอ่อน 729 แผ่นเป็นภาษาบาลี ทั้งหมด จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ และต้องใช้พระสงค์ถึง 2400 รูปในการคัดลอก และใช้เวลานานถึง หกเดือน กว่าจะแล้วเสร็จ พระไตยปิฏกที่ชำระขึ้นในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็น “พระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก”จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง มัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่กลางเมืองมัณฑะเลย์ สูง 236 เมตร ปากทางขึ้นมารูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่สองตัว เป็นจุดชมวิวสวยงามและมีปูชนียสถานสำคัญๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ทั้งดูธรรมชาติ ดูทิวทัศน์อันสวยงามที่สุด และสามรถมองเมืองมัณฑะเลย์ ได้เกือบทั้งหมด พร้อมทั้งชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก AYAYARWADDY –RIVERVIEW HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สอง มัณฑะเลย์ – อังวะ –หอคอยเมืองอังวะ- สกาย-เจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง (B/L/D)
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นเดินทางไปยัง เมืองอังวะ นำท่านเที่ยวชมเมืองอังวะ อย่างเพลิดเพลิน ด้วยรถม้า ซึ่งเมืองอังวะเป็นราชธานีโบราณอีกแห่งหนึ่งของพม่า ชมประตูเมืองทางทิศเหนือที่เรียกว่า คาวเซตั่นคา เป็นประตูที่ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ที่สุด และใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาล ติ่นจ่าน (สงกราณต์)ของชาวพม่า นำท่านชม Watch Tower (Nan Myint) หอคอยเมืองอังวะ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง เพื่อใช้ สังเกตุการณ์ข้าศึก สร้างขึ้นในปี 1822 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปี 1838 หอแห่งนี้เกิดการเอียงตัว แต่ได้รับการบูรณะเป็นโครงสร้างเดิม นี้เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19จากนั้นชม Maha Aungmye Bonzan วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน สร้างโดยพระนางเมนุ มเหสีในพระเจ้าบาจีด่อ จากนั้นชม Barayar Monastery สร้างโดยพระเจ้าบายีดอ ปีค.ศ.1834 ไม้สักที่มีขนาดใหญ่สวยงามได้ซุ้มประตูบานประตูหรือหลังคาซึ่งอาคารแห่งนี้มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักอยู่ถึง 267 ต้น
เที่ยง บริการอาหารกลาวงวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร เดินทางต่อสู่ "เมืองสกาย" นำท่านชมวิวยอดดอยสกายน์ ประมานพุทธศตวรรษที่ 19 มีเจ้าเชื้อสายไทยใหญ่เมืองสกายน์ นาม สอยุน รวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็นกษัติย์อยู่ที่เมืองสกายน์ หรือสะแกง ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ใหล้เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้านเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมาดอยสกายน์นั้นเป็นภูเขาขนาดกลาง มีจุดชมวิวที่คุณสามารถมองเห็นเจดีย์ต่างๆ ที่วางตัวอยู่ตามไหล่เขาโดยมีแม่น้ำอิรวดีไหลผ่านเป็นฉากด้านหลัง ซึ่งจุดชมวิวที่ว่านั้นอยู่บน เจดีย์ซุนอูปุยะชิน บนยอดดอยสกายน์ หลังจากนั้น เจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถัน พระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน จากนั้นชม Umin Thonse` Pagoda or 30 Caves Pagoda เจดีย์อูมินทงแส่ ภายในมี พระพุทธรูป 45 องค์ประดิษฐานเรียงกันเป็นครึ่งวงกลม หลังจากนั้นชม เจดีย์งาทั๊ดจี ตั้งอยู่ ทางทิศตะวันตกของเมือง สร้างโดยพระเจ้าปินตแหล่ในปี 1657 นำท่านร่วมทำบุญถวายปัจจัย ณ วัดมหากันดายงค์ (Maha Gandayon Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูป เดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม เพื่อรับถวายภัตตาหารเพล จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบต่าวตะหมั่น ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว น้ำจะแห้งกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก ในช่วงนั้น ชาวบ้านจึง มีการทำการเพาะปลูก หลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าว แม้แต่ดอก ทานตะวันก็ดูสวยงามในฤดูหนาว เหนือท้องน้ำมีสะพานไม้ ทอดข้ามทะเลสาบ 1.2 กิโลเมตร เรียกว่า สะพานไม้อู่เป่ง (U-BEN) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอังวะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ ตามชื่อ คือ อู่เป่ง เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี พร้อมทั้ง ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันสวยงาม ที่สะพานไม้แห่งนี้ด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก AYAYARWADDY –RIVERVIEW HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สาม มัณฑะเลย์ – มิงกุน (B/L/D)
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ เมืองมิงกุน โดยการล่องเรือไปตามแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน จากท่าเรือใกล้เจดีย์ชเวไจยัต เขตเมืองอมรปุระ ทวนน้ำไปหมู่บ้านมิงกุน ซึ้งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้นทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็น “กึ่งบ้านกึ่งแพ” เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้าง บ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอน ครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน นำท่านชม เจดีย์มิงกุน ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์ เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิ เพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่หรืออาระกันจำนวน 50,000 คนหลบหนีการขดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล เป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วทำการซ่องสุมกำลังเป็นกองโจร ลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆโดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลังกลายเป็นฉนวนให้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่า อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุด อย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง 7 ปี พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคต ภายหลังทรงพ่ายแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐาน ทว่าใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขาอิฐที่มีความมั่นคงถึง 50 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ระฆังมิงกุน ไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุนคือระฆังมิงกุน ที่พระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างโดยสำเร็จ เพื่ออุทิศทวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน เล่าขานกันว่า พระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งแห่งพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเพียงใบเดียวทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้ว ชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวาน ทั้งนี้เคยมีการทดสอบความกว้างใหญ่ของระฆังใบนี้ โดยให้เด็กตัวเล็กๆไปยืนรวมกัน อยู่ใต้ระฆังได้ถึง 100 คน เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน) ประดิษฐานอยู่เหนือระฆังมิงกุนไม่ไกล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยหลักภูมิจักรวาลคือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลาง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ อันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางและโลกและจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ หลังจากนั้นเดินทางกลับมายัง มัณฑะเลย์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านไปชมกรรมวิธีในการทำทอง เครื่องเงิน และงานหัตถกรรมต่างๆของชาวพม่า สามารถเลือกซื้อ เครื่องประดับเงิน และทองได้ที่ช้อปแห่งนี้ หลังจากนั้น นำท่านไปช้อปปิ้งต่อที่ ตลาดเซจู Zaecho Market เป็นตลาดที่ชาวพม่าในย่านนั้น นำพวกงานฝีมือ งานหัตถกรรม และสินค้าพื้นเมืองต่างๆ มาจำหย่ายให้ได้เลือกซื้อเพื่อเป็นของฝากติดมือกลับบ้าน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก AYAYARWADDY –RIVERVIEW HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ มัณฑะเลย์ – กรุงเทพฯ (B/L/D)
04.00 น. จากนั้นนำท่านไปนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม”ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระ เจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่(วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำจึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้งร่วมพิธีการอันสำคัญล้างพระพักตร์ถือเป็นการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
06.30 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมหลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมัณฑะเลย์
08.00 น. ออกเดินทางไป สนามบินมัณฑะเลย์
10.45 น. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 2761
13.10 น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Happy Time… Happy Tour… Happy Mail Travel
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ 08 – 11 ธ.ค. 55
ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2 ท่าน) 19,999 บาท
ราคาเด็กมีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) 19,500 บาท
ราคาเด็กไม่มีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) 18,900 บาท
พักเดี่ยวเพิ่ม 4,500 บาท

อัตราค่าบริการ 29 ธ.ค. – 1 ม.ค. 56
ราคาผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2 ท่าน) 20,999 บาท
ราคาเด็กมีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) 20,500 บาท
ราคาเด็กไม่มีเตียง (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) 19,999 บาท
พักเดี่ยวเพิ่ม 4,500 บาท

*** ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ หรือทำการจองโรงแรมใด ๆ เอง นอกเหนือรายการ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ***

อัตราค่าบริการนี้รวม
1.ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – มัณฑเลย์ – กรุงเทพฯ (ตั๋วกรุ๊ป) โดยสารการบิน แอร์เอเชีย
2. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ
3.ค่าที่พัก 3 คืน
4.ค่าวีซ่าพม่า 810 บาท / ค่าภาษีสนามบินพม่า 310 บาท
5.ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ท่านละไม่เกิน 15 กก.
6.ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการที่ได้ระบุไว้
7.ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท
(คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 15-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ระหว่าง 75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง)
8.ค่าภาษีสนามบินไทย

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1.ทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย / ทิปไกด์ท้องถิ่น / คนขับรถ / ทิปคนหามเสลี่ยง
2.ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
3.ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ / ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกิน 20 กก.
4.ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์ ค่ามินิบาร์ ฯลฯ
5.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เนื่องจากการทำรายการทัวร์ล่วงหน้า อาจมีการเพิ่ม/ลด รายการเดินทาง หรือ เมนูอาหาร โปรดตรวจสอบโปรแกรมการเดินทางที่แน่นอนอีกครั้ง ก่อนทำการจองและมัดจำ ซึ่งถือเป็นการรับทราบรายการทัวร์ตามที่ต้องการแล้ว และหากผู้เดินทางไม่ครบตามจำนวน เพื่อให้ทัวร์สามารถเดินทางได้อาจมีการรวมทัวร์กับบริษัทคู่ค้า เพื่อเดินทางร่วมกัน ทั้งนี้มาตรฐานและการดูแลลูกค้า จะถือปฏิบัติเป็นอย่างดีร่วมกันรวมถึงเงื่อนไขการยกเลิก ระยะเวลาที่กำหนดไว้ เป็นเพียงมาตรฐานเบื้องต้น ซึ่งหากกรุ๊ปนั้น ๆ เป็นช่วงเทศกาลสำคัญ หรือ เป็นกรุ๊ปที่มีการวางมัดจำให้แก่สายการบิน และ/หรือ โรงแรม ค่าใช้จ่ายดำเนินการที่เกิดขึ้นจริง บริษัทฯ มีสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าดำเนินการต่าง ๆ ตามเหมาะสมโดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาในการแจ้งการยกเลิก

**ในกรณีที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่าและซอง(ปก)ไม่ต้องแนบมาเพื่อป้องกันการสูญหาย หากแนบมาแล้วเกินการสูญหายทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี **
ส่งเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าเข้าพม่าอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันเดินทาง (ไม่นับรวมเสาร์-อาทิตย์ )
**อัตราค่าวีซ่าด่วน ที่ต้องจ่ายสถานทูต เมื่อท่านส่งหนังสือเดินทางล่าช้า หรือ น้อยกว่า 7 วัน
- ยื่นวีซ่า ด่วน 1 อาทิตย์ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 650 บาท

หมายเหตุ
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
บริษัทฯมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสมบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ
กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ
ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศพม่า

เงื่อนไขการยกเลิก
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน / คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือเก็บค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-15 วัน / เก็บค่าใช้จ่าย 5,000 บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-6 วัน / เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าประเทศพม่า
- หนังสือเดินทางที่มีวันกำหนดอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 8 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง
- รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น (สำคัญมาก)

*******************************************************************************************
www.happymailtravel.com


 


ราคา: 19,999ต้องการ: ขาย/ให้เช่า/แลก
ติดต่อ: Sales & Reservationอีเมล์: 
โทรศัพย์: 02-9549800, 02-9549577-79 /F.02-5891705IP Address: 124.121.176.67



ดูสินค้าอื่นๆ | ลงประกาศ | เลื่อนประกาศขึ้น | ลบประกาศ | แก้ไขประกาศ

[ ฝากทรัพย์ รับจำนอง ขายฝาก บ้าน ที่ดิน กู้เงินง่าย ได้เงินไว ไม่เช็คแบล็คลิส ]