NIKON D 3100 เลนส์ 18-55 VR + กระเป๋า+ คู่มือแปล 4 สีเล่มหนา + ชุดทำความสอาดกล้องชุดใหญ่ +ฟิวเตอร์ปิดหน้าเลนส์

หน้าแรก » กล้อง และ อุปกรณ์ถ่ายภาพ » กล้องดิจิตอล

NIKON D 3100 เลนส์ 18-55 VR + กระเป๋า+ คู่มือแปล 4 สีเล่มหนา + ชุดทำความสอาดกล้องชุดใหญ่ +ฟิวเตอร์ปิดหน้าเลนส์




ขายกล้อง NIKON D 3100 รุ่นใหม่ สภาพดี ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล จอ LCD 3.0 นิ้ว มองภาพแบบ Live View ก่อนถ่ายภาพได้ ปรับ ISO ได้มากถึง 12800 ถ่าย VDO ได้ คมชัดมาก พร้อมเสียง ปรับออโต้แมลนวลได้ มีกระเป๋า พร้อมอุปกรณ์

รายละเอียดของกล้อง D-3100 จากหนังสือชัดเตอร์

Nikon D3100 กล้องดิจิตอล SLR รุ่นเล็กสุดจากนิคอน เต็มไปด้วยความสามารถที่โดดเด่นมากมายเกินตัว และเพิ่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม iF Product Design Award 2011 รวมทั้งรางวัล iF Communication Design Award 2011 เป็นรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจาก International Forum Design GmbH เมืองฉอนโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน จุดเด่นของ Nikon D3100 ที่ทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ การออกแบบ GUI ที่ใช้เป็นครั้งแรกในกล้องดิจิตอล SLR ช่วยให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว พร้อมคุณสมบัติ Guide Mode menu ช่วยให้ใช้งานง่ายแม้ไม่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพมากนัก ส่วนรางวัล iF Communication Design Award ได้มาจากการออกแบบที่สวยงาม ให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้งาน และขนาดที่เล็กน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา

คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจของ Nikon D3100

• เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 23.1 X 15.4 มม.
• ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล
• หน่วยประมวลผล EXPEED 2
• เซ็นเซอร์โฟกัส Multi-CAM 1000 จุดโฟกัส 11 จุด
• ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Guide Mode
• บันทึกวิดีโอคุณภาพ HD
• จอมอนิเตอร์ขนาด 3 นิ้ว 230,000 พิกเซล
• ตัวกล้องขนาดกะทัดรัด


ข้อมูลจำเพาะ Nikon D3100
เซ็นเซอร์ภาพ CMOS ขนาด 23.1 x 15.4 มม.
ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล
ไฟล์ฟอร์แมต ภาพนิ่ง : NEF (RAW), JPEG, NEF (RAW) + JPEG
ภาพเคลื่อนไหว : MOV (H.264/MPEG-4)
เลนส์ที่ใช้งานได้ เลนส์ AF-S, AF-I รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น, เลนส์ Type G หรือ D รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น ยกเว้นออโต้โฟกัส, เลนส์ AF รุ่นอื่นๆ
รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น ยกเว้นระบบวัดแสง 3D color matrix II และออโต้โฟกัส, เลนส์ไม่มี CPU ต้องใช้โหมดบันทึกภาพแบบ M
และใช้ระบบวัดแสงไม่ได้
ระบบวัดแสง วัดแสงผ่านเลนส์ด้วยเซ็นเซอร์ 420-pixel RGB
โหมดวัดแสง ระบบ 3D Color Matrix Metering II (เฉพาะเลนส์ type G และ D), เฉลี่ยกลางภาพ และเฉพาะจุด
โหมดบันทึกภาพ Auto, Guide, โปรแกรมสำเร็จรูป, โปรแกรม (P), ออโต้รูรับแสง (S), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และแมนนวล (M)
ชดเชยแสง +/-5 EV แบ่งละเอียดขั้นละ 1/3EV
ไวท์บาลานซ์ Auto, ปรับตามสภาพแสง 12 แบบ และ Preset ทุกแบบสามารถปรับชิฟท์ได้อีก
ความไวแสง ออโต้ และปรับเอง ISO 100-3200 ปรับขยายสูงสุด 12800
ออโต้โฟกัส เซ็นเซอร์ Nikon Multi-CAM 1000 จุดโฟกัส 11 จุด
แฟลชในตัว ไกด์นัมเบอร์ 12 ที่ ISO 100/เมตร
จอมอนิเตอร์ ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล
สื่อบันทึกข้อมูล SD, SDHC และ SDXC Card
อินเทอร์เฟส HDMI, USB 2.0 Hi-Speed, AV Out รองรับสัญญาณโทรทัศน์แบบ NTSC และ PAL
แบตเตอรี่ Lithium-Ion EN-EL14
ขนาด 124 x 96 x 74.5 มม.
น้ำหนัก 455 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)

Nikon D3100 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ CMOS และยังคงเป็นฟอร์แมต DX ขนาด 23.1 X 15.4 มม. ปรับเพิ่มความละเอียดเป็น 14.2 ล้านพิกเซล ประมวลผลการทำงานด้วย EXPEED 2 ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้กล้องตอบสนองการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น ให้ไฟล์ภาพคุณภาพสูง เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน และมีการจัดการ Noise ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้น

จุดเด่นของ D3100 ยังคงอยู่ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย และช่วยให้้ใช้งานกล้องได้อย่างสะดวก ถึงแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเคยใช้กล้อง DSLR ก็ตาม โหมดถ่ายภาพที่ออกแบบใหใช้กล้องได้ง่ายขึ้นคือ โหมด Guide บนแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ โดยเมื่อเลือกโหมดนี้ กล้องจะแสดง Guide Menu ให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน มี 3 กลุ่มคือ โหมดถ่ายภาพ (Shoot) โหมดพรีวิวและลบภาพ (View/Delete) และโหมดปรับตั้งการทำงานต่างๆ (Set Up) ในโหมดถ่ายภาพ (Shoot) กล้องจะให้ผู้ใช้เลือกรูปแบบการถ่ายภาพ สำหรับผู้ที่ใช้กล้อง DSLR เป็นครั้งแรก อาจจะเลือกแบบง่ายๆ (Easy Operation) ซึ่งจะมีค่าการทำงานย่อยๆ อีก และมีเพิ่มมากกว่า D3000 เช่น เลือกแบบออโต้ทั้งหมด เลือกไม่ใช้แฟลช เลือกถ่ายภาพระยะใกล้ หรือเลือกถ่ายภาพเด็กเล็ก เป็นต้น

ส่วนรูปแบบ Advance Operation ผู้ใช้เลือกรูปแบบภาพที่ต้องการ เช่น Soften Background หรือ Freeze Motion เป็นต้น และกล้องจะปรับทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ และผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนค่าที่กล้องตั้งให้ได้ เช่น Soften Background ถ่ายภาพให้ฉากหลังเบลอ กล้องจะตั้งขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ตามค่าของเลนส์ แต่ผู้ใช้ก็อาจจะปรับให้แคบลงนิดหน่อย เพื่อให้ครอบคลุมระยะชัดของซับเจคต์ทั้งหมด หรือแบบ Freeze Motion ผู้ใช้อาจจะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้นกว่าที่กล้องตั้งให้ เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหวนั้นๆ มีความเร็วมากขึ้น

นอกจาก Guide mode แล้ว D3100 ยังมีโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ให้เลือกใช้งาน อาทิ โปรแกรมสำเร็จรูปแบบต่างๆ และโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance ทั้งหมดคือ โปรแกรม (P), ออโต้รูรับแสง (S), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และแมนนวล (M) สำหรับการควบคุมการทำงานระดับสูงสำหรับมืออาชีพ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้กล้องที่มากขึ้น และต้องการควบคุมคุณภาพอย่างละเอียดทุกขั้นตอน อาทิ ความไวแสง ไวท์บาลานซ์ ชดเชยแสง หรือพิกเจอร์คอนโทรล เป็นต้น

D3100 ปรับเพิ่มความไวแสงสูงสุดเป็น ISO 3200 และสามารถปรับขยายได้ Hi 1 (ISO6400) และ Hi 2 (ISO12800) นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นคือ Active D-Lighting ที่ช่วยปรับเพิ่มความสว่างในส่วนมืดของภาพและคงรายละเอียดอยู่อย่างครบถ้วน ซึ่งเหมาะสำหรับภาพที่มีคอนทราสท์สูง โดยกล้องจะทำการเฉลี่ยค่าแสงในโทนมืดของภาพให้อย่างสมดุล และให้ภาพที่มีการไล่โทนอย่างเป็นธรรมชาติ

ถึงแม้ว่า d3100 จะเป็นกล้องรุ่นเล็ก และออกแบบสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานกล้อง dslr แต่หลายๆ ฟังก์ชั่นการทำงาน เป็นฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานขั้นสูง อาทิ การปรับไวท์บาลานซ์ชิฟท์ การปรับแต่งพิกเจอร์คอนโทรล หรือการเลือกพื้นที่โฟกัส เป็นต้น รวมทั้งมีจุดโฟกัสถึง 11 จุด พร้อมจุดโฟกัสแบบกากบาดกลางภาพ นอกจากนี้ยังมีเมนูแปลงไฟล์ raw จากตัวกล้อง ซึ่งเป็นเมนูที่มีประโยชน์กับการใช้งานมาก และกล้องโปรหลายๆ รุ่น หลายยี่ห้อยังไม่มีฟังก์ชั่นนี้ให้ใช้งาน

โหมดบันทึกวิดีโอและโหมด Live View ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่านขึ้น จากก้านโยกปรับโหมดที่ด้านหลัง ซึ่งจะแสดงผลแบบ Live View เมื่อผู้ใช้ต้องการบันทึกวิดีโอก็เพียงกดปุ่มบันทึกที่อยู่ตรงกลางได้เลย และสามารถปรับเลือกขนาดและคุณภาพของไฟล์วิดีโอได้จากเมนูการทำงาน เมื่อเลือกระบบ Live View และไม่ได้ใช้งาน 30 วินาที กล้องจะตัดระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

การควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ จากจอมอนิเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกจากขนาดจอมอนิเคตอร์ที่ใหญ่ถึง 3 นิ้ว มองไอคอนต่างๆ ได้ชัดเจน การเลือกแสดงผลการทำงานที่จอมอนิเตอร์เลือกได้จากปุ่ม i ที่อยู่ด้านหลัง เมื่อกดปุ่มนี้กล้องจะแสดงหน้าจอสำหรับปรับตั้ง ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบได้ว่าจะใช้แบบคลาสสิก หรือแบบกราฟฟิก รวมทั้งเลือกสีพื้นหลังได้ 3 สีคือ สีเขียว สีดำ และสีน้ำตาล เมื่อต้องการปรับตั้งก็ให้กดปุ่ม i ซ้ำอีกครั้ง แถบสีเหลืองจะปรากฏขึ้นที่เมนูปรับตั้งต่างๆ ใช้แป้นควบคุม 4 ทิศทางเลือกเมนูที่ต้องการปรับตั้ง ใช้แป้นหมุนควบคุมด้านหลังเพื่อเลือกค่าที่ต้องการ หรือกดปุ่ม OK เพื่อเข้าสู่เมนูปรับตั้ง และกดปุ่ม OK เพื่อยืนยันการปรับตั้งนั้นๆ เนื่องจากเป็นกล้องที่ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด จึงยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนกับ D3000 คือไม่มีมอเตอร์ปรับโฟกัสในตัวกล้อง ดังนั้น เลนส์ที่ใช้งานได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด จึ้งต้องเป็นเลนส์ที่มีมอเตอร์โฟกัสในตัวอย่างเลนส์ AF-S หรือ AF-I ซึ่งสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ครบทุกระบบ ส่วนเลนส์ Type G หรือ Type D ใช้งานได้ทุกระบบเช่นกัน ยกเว้นระบบออโต้โฟกัส และเลนส์ AF NIKKOR รุ่นอื่นๆ ใช้งานได้ทุกระบบ ยกเว้นออโต้โฟกัส และระบบวัดแสงแบบ 3D Matrix ส่วนเลนส์ Ai หรือ Ais ที่ไม่มีจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า จะใช้งานในโหมดถ่ายภาพแมนนวลได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น รวมทั้งไม่สามารถใช้เครื่องวัดแสงจากตัวกล้องได้

ขนาดของตัวบอดี้ยังคงใกล้เคียงกับ D3000 รวมทั้งการวางตำแหน่งควบคุมเหมือนกันทั้งหมด แต่ D3100 มีฟังก์ชั่นวิดีโอเพิ่มเข้ามา ดังนั้นจึงมีการปรับปรุงตัวกล้องให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น โดยเพิ่มก้านปรับระบบ Live View และปุ่มบันทึกวิดีโอที่ด้านหลังของกล้องในตำแหน่งเหนือแป้นควบคุม 4 ทิศทางขึ้นมา ซึ่งรุ่นเดิมปล่อยโล่ง

ปุ่ม i ถูกแยกให้ออกมาใช้งานอย่างอิสระจากเดิมที่อยู่รวมกับปุ่มซูมภาพ ทำให้ปุ่มควบคุมด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5 ปุ่ม สันนูนที่บริเวณปุ่มลบภาพและไฟแสดงสถานะการทำงานถูกย่นเข้ามาด้านใน และใช้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นตำแหน่งของลำโพง และบริเวณสันนูนข้างๆ ตัวกล้องในตำแหน่งที่รับกับนิ้วโป้ง ปิดด้วยยางลายหยาบ ช่วยให้กระชับมือในการจับถือมากขึ้นทีเดียว การปรับชดเชยสายตาที่ช่องมองภาพเปลี่ยนจากก้านเลื่อนเป็นแป้นหมุน ให้ความรู้สึกดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม

ด้านหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก มีเพียงเพิ่มช่องไมโครโฟนที่อยู่เหนือตัวเลขรุ่นเท่านั้น ส่วนด้านบนตัวกล้องบริเวณฐานแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ ออกแบบให้เป็นก้านเลือกรูปแบบเลื่อนภาพ โดยเลือกได้ที่ตำแหน่งทีละภาพ ถ่ายภาพต่อเนื่อง ตั้งเวลาถ่ายภาพ และใช้โหมดเสียงเงียบ การออกแบบลักษณะนี้สะดวกกับการใช้งานมากกว่าที่จะต้องไปตั้งจากเมนู หรือต้องกดปุ่มแล้วหมุนแป้นเลือกมากทีเดียว และถัดออกไปด้านบนเป็นปุ่ม info และปุ่มชดเชยแสง ออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกอยู่แล้ว โดยเมื่อเลือกโหมดถ่ายภาพแมนนวล (M) การเปลี่ยนขนาดรูรับแสงจะต้องกดปุ่มชดเชยแสงนี้ค้างไว้ด้วย พร้อมกับหมุนแป้นควบคุมด้านหลัง ถ้าหากหมุนแป้นเพียงอย่างเดียวจะเป็นการปรับความเร็วชัตเตอร์เท่านั้น

ข้างๆ ฐานเลนส์ซ้ายมือมีปุ่ม 2 ปุ่ม ปุ่มบนสำหรับเปิดใช้งานแฟลช พร้อมปรับชดเชยแสงแฟลชด้วย เมื่อเลือกโหมดออโต้ แฟลชจะดีดตัวขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อแสงไม่พอ ถัดลงมาเป็นปุ่ม Fn สำหรับตั้งค่าการทำงานบางเมนูอย่างรวดเร็ว ถัดไปเล็กน้อย ข้างๆ ตัวกล้องเป็นช่องเชื่อมต่อการทำงานต่างๆ ซึ่งออกแบบใหม่หมดจากเดิมที่มีเพียง USB และ AV Out เป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณ GPS, ช่อง USB, ช่อง HDMI และช่อง AV Out ข้างๆ ตัวกล้องอีกด้านเป็นช่องเมมโมรี่การ์ดแบบ SD, SDHC และ SDXC Card ส่วนช่องแบตเตอรี่อยู่ด้านใต้ตัวกล้องเช่นเดิม

ผลการใช้งD3100 มีโสรหลักๆ ไม่ได้แตกต่างจาก D3000 เท่าใดนัก ยังคงเน้นรูปแบบกล้องขนาดกะทัดรัด และมีการควบคุมการใช้งานที่เข้าใจง่ายๆ จุดเด่นที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นเดิมคือ มีฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอเพิ่มเข้ามา และมีการออกแบบการใช้งานระบบ Live View รวมทั้งการบันทึกวิดีโอให้ใช้งานได้อย่างสะดวกจากก้านโยกเปิด Live View แทนปุ่มกดแบบรุ่นอื่นๆ ตรงกลางของก้ายโยกเป็นปุ่มบันทึกวิดีโอ กดครั้งแรกเพื่อบันทึกและกดซ้ำอีกครั้งเมื่อต้องการหยุดบันทึก

อีกจุดหนึ่งที่ออกแบบใหม่ และถือว่าให้ความสะดวกกับการใช้งานมากเช่นกันคือ ก้านเลือกระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง รวมทั้งตั้งเวลาบันทึกภาพและเลือกถ่ายภาพด้วยโหมดเสียงเงียบ เมื่อบันทึกภาพในบางสถานที่ที่งดใช้เสียง หรือต้องการความเงียบเป็นพิเศษ เช่น ในโบสถ์ หรือในระหว่างพิธีกรรมบางอย่าง เป็นต้น วางตำแหน่งไว้ที่ฐานของแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ เมื่อต้องการโหมดเลื่อนภาพแบบใด ก็เพียงเลื่อนก้านไปยังตำแหน่งนั้นๆ เท่านั้นเอง อีกทั้งยังสังเกตได้ง่าย ลดความผิดพลาดจากการตั้งใช้งานผิดได้เป็นอย่างดี

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ D3100 คือ Guide Mode ซึ่งผมเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ใช้มือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มีความชำนาญในการใช้งานกล้อง DSLR มากนัก ซึ่งโหมดนี้มีเมนูหลักให้เลือกใช้งาน 3 เมนูคือ โหมดถ่ายภาพ โหมดชมภาพและลบภาพ และโหมดปรับตั้งการทำงาน เมื่อเลือกโหมดถ่ายภาพ กล้องจะมีให้เลือกย่อยลงไปอีกว่าจะถ่ายแบบง่ายๆ (Easy Operation) หรือ Advance Operation ถ้าหากเลือกแบบง่ายๆ กล้องจะให้เลือกรูปแบบภาพที่ต้องการ เช่น Auto เลือกแบบอัตโนมัติทั้งหมด, Close Up เลือกถ่ายภาพในระยะใกล้ หรือ Sleeping Face ถ่ายภาพเด็กเล็กโดยไม่ใช้แฟลช เป็นต้น เมื่อเลือกตามรูปแบบที่ต้องการ ผู้ใช้ก็เพียงเล็งจัดองค์ประกอบให้สวยงามและกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง ก็จะได้ภาพสวยตามที่ต้องการ

อีกรูปแบบหนึ่งคือ Advance Operation กล้องจะมีเมนูให้เลือกว่าต้องการภาพแบบไหน เช่น ฉากหลังเบลอ ฉากหลังชัด หรือหยุดการเคลื่อนไหว เป็นต้น ในแต่ละรูปแบบกล้องจะปรับความเร็วชัตเตอร์หรือรูรับแสงให้อัตโนมัติพร้อมภาพประกอบ แต่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนค่าที่ต้องตั้งให้ได้ตามความต้องการด้วย สำหรับมือใหม่เมื่อใช้งานและใช้ความสังเกตค่าการทำงานต่างๆ ที่กล้องตั้งให้ ก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ชำนาญและปรับตั้งการทำงานต่างๆ ด้วยตัวเองได้ทั้งหมดเช่นกัน ส่วนโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ยังคงมีให้ใช้งานได้อย่างครบครัน ทั้งโหมด Full Auto, โหมดโปรแกรมสำเร็จรูป รวมทั้งโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance อาทิ โปรแกรม (P), โหมดออโต้รูรับแสง (S), โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และโหมดแมนนวล (M)

ความไวแสงเป็นอีกจุดหนึ่งที่เพิ่มขึ้นจาก D3000 เป็นสูงสุด ISO 3200 และปรับเพิ่มเป็น Hi1 (ISO 6400) และ Hi 2 (ISO12800) ผมเลยลองถ่ายภาพอาคารยามค่ำคืนประมาณ 2 ทุ่ม ตั้งความไวแสงที่สูงสุด ISO 3200 ใช้มือถือกล้อง ภาพที่ได้ใสเคลียร์มาก และความคมชัดดีเยี่ยมทีเดียว ซึ่งก็เป็นผลจากการทำงานของหน่วยประมวลผลใหม่ EXPEED 2 รวมทั้งเซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ด้วย ในเมื่อมีการจัดการ Noise ได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพแคนดิด ภาพแนว Street หรือ Life จะต้องชอบแน่ๆ เพราะไม่ต้องกังวลกับการวัดแสงเลย เพราะสามารถตั้งความไวแสงแบบออโต้ ให้กล้องปรับตามความเหมาะสมให้ก็ได้

ฟังก์ชั่นที่โดดเด่นตั้งแต่รุ่นเดิมคือ NEF (RAW) processing ซึ่งช่วยให้แปลงไฟล์ RAW ได้จากตัวกล้อง ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นในระดับมืออาชีพทีเดียว ด้วยฟังก์ชั่นนี้ ผมสามารถถ่ายภาพด้วยฟอร์แมต RAW เพียงอย่างเดียว จากปกติที่ถ่ายภาพด้วยฟอร์แมต RAW+JPEG ซึ่งกินเนื้อที่ในการจัดเก็บทั้งเมมโมรี่การ์ด และฮาร์ดดิสก์พอสมควรทีเดียว แต่ก็สะดวกสำหรับการใช้งานแบบเร่งด่วน และยังมีไฟล์ RAW สำหรับการปรับแก้ไขในภายหลังด้วย แต่ฟังก์ชั่น NEF (RAW) processing ช่วยผมใช้ปรับเปลี่ยนความละเอียดของภาพ, ขนาดภาพ, ไวท์บาลานซ์, เพิ่มหรือลดความสว่าง และรูปแบบพิกเจอร์ คอนโทรลได้ใหม่ โดยการปรับแก้ค่าต่างๆ เช่น ไวท์บาลานซ์ ค่าการชดเชยแสง หรือพิกเจอร์คอนโทรลจะแสดงผลให้เห็นตามค่าที่เปลี่ยนใหม่ทันที ผมสามารถปรับได้ตามความพอใจ และบันทึกเป็นภาพใหม่ฟอร์แมต JPEG พร้อมนำไปใช้งานทันที
ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจของ D3100 เช่น ฟังก์ชั่นตกแต่งภาพจากตัวกล้องซึ่งมีให้ใช้งานมากมาย เช่น D-Lighting ปรับเพิ่มความสว่างในส่วนมืดของภาพ, Trimming ตัดส่วนของภาพตามที่ต้องการ, Monochrome ปรับเป้นภาพโทนเดียวอย่าขาว-ดำ หรือซีเปีย, Filter Effect เพิ่มฟิลเตอร์แบบต่างๆ, Color Balance ปรับแก้สีสันของภาพ หรือ Perspective Control ปรับแก้ระนาบของภาพที่เกิดจากการใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ เป็นต้น ฟังก์ชั่นต่างๆ เหล่านี้ ช่วยให้ผมใช้งานกล้องได้สนุกมากขึ้น และสร้างสรรค์ภาพแปลกๆ ตา ได้โดยไม่ต้องเสาะหาอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมอีก


 


ราคา: 11,900ต้องการ: ขาย/ให้เช่า/แลก
ติดต่อ: Androidอีเมล์: 
โทรศัพย์: 0856494353IP Address: 124.121.237.226



ดูสินค้าอื่นๆ | ลงประกาศ | เลื่อนประกาศขึ้น | ลบประกาศ | แก้ไขประกาศ

[ 1.5ล้าน ขายถูก ทาวน์เฮ้าส์ 3ชั้น หมู่บ้านทวีทอง3 บางพลี ไม่ต้องดาวน์ ติดแบล็คลิสก็ซื้อได้ ]